“Soul Child” เด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้ง อยู่ในจิตใต้สำนึกของคนแต่ละเบอร์

คุณเป็นแบบนี้บ้างหรือไม่?

  • รู้ว่ามีงานหรือเรื่องที่ต้องทำ แต่ก็ผัดผ่อนไปเรื่อย จนบางครั้งเผลอลืมไปเลย
  • รู้ตัวว่าต้องลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกาย แต่กลับชอบกินขนม ของหวาน จุบจิบ หรืองีบหลับในเวลาว่าง
  • รู้และตั้งใจจะยื่นภาษีแต่เนิ่นๆ แต่ไม่รู้ยังไง กว่าจะยื่นได้ก็วันสุดท้ายเสียแล้ว

ฯลฯ

จนเหมือนกับว่า สิ่งที่เราทำจริงๆ ช่างต่างจากสิ่งที่เรารู้ว่าต้องทำ จะทำ หรือควรทำ

 

เกอร์ดจีฟ (1968- 1949) อธิบายเรื่องนี้ว่า เป็นเพราะ เราไม่ได้มีแค่ตัวตนเดียว

แต่มีมากมายหลายตัวตนในตัวเรา (เกอร์ดจีฟ ใช้คำว่า หลาย “I” หรือ ตัวฉันหลายคน)

ตัวตนตอนคิดจะทำ… เป็นคนละคนกับตอนที่จะต้องทำ

ตัวตนเมื่อตอนเช้า… เป็นคนละคนกับตอนสาย

ตัวตนชั่วโมงที่แล้ว  ก็เป็นคนละคนกับชั่วโมงนี้  

ตัวตนที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจตอนนั้น…ก็เป็นคนละตัวตน ตอนที่ขี้เกียจ  ทำตัวเฉื่อยแฉะ   ฯลฯ

อัลมาส (Almaas) เรียกชื่อตัวตนที่สำคัญที่เราปฏิเสธ ไม่ยอมรับ มาแต่ตอนเด็ก จนส่งผลให้เรายึ่งยึดติดกับ เบอร์เอ็นเนียแกรมของเราว่า “Soul Child”

 

Soul Child คือ ส่วนหนึ่งของจิตสำนึกของเราในตอนเด็ก ซึ่งถูกสกัด หรือยับยั้งไว้ จึงไม่ได้พัฒนาพร้อมกับส่วนอื่นๆ ของเรา

ดังนั้น เราจึงรู้สึกได้ว่า นี่เป็นส่วนที่ยังเหมือนเด็กที่ติดอยู่ใน ส่วนลึกของเรา

 

Soul Child ไม่ใช่ตัวเราตอนเป็นเด็ก แต่เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นตัวเราที่ถูกกักขังไว้ ไม่ได้รับการสนับสนุนให้แสดงออกในตอนนั้น

บุคลิกลักษณะของ Soul Child  (ตรงกับเบอร์ที่จุดมั่นคง หรือจุดย้อนลูกศรของเบอร์เอ็นเนียแกรม) ไม่เป็นที่ยอมรับด้วยเหตุผลบางประการ ตามเงื่อนไข หรือสภาพแวดล้อมตอนเด็กของเรา

ดังนั้น เราจึงเรียนรู้ที่จะเก็บกดลักษณะที่ไม่เป็นที่ยอมรับเหล่านี้  ทำให้เกิดผลที่ตามมา คือ การก่อรูปของตัวตนตาม “เบอร์เอ็นเนียแกรม” ของเรา (เบอร์ที่อยู่ปลายลูกศรของ Soul Child) ซึ่งเป็นที่มาของบุคลิกหลักๆ ของเรานั่นเอง

 

ส่วน Soul Child เอง ก็ค่อยๆ ถูกเก็บซ่อนอยู่ในส่วนจิตใต้สำนึกของเรา กลายเป็นอีกตัวตนลึกๆ ที่นานๆ ที เราจะรู้สึกถึงได้

บางครั้ง แม้เราจะทำอะไรสำเร็จ ได้รับการยอมรับ แม้จะมีงานทำที่ดี  ดำรงชีวิตได้อย่างไม่ลำบากแล้วก็ตาม

… แต่เราก็ยังรู้สึกบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป

… เรายังคงรู้สึกชีวิตน่าเบื่อ จำเจ วันๆ ผ่านไปเหมือนหุ่นยนต์
… เรายังขาดความพึงพอใจอะไรบางอย่าง ไม่รู้สึกถูกเติมเต็ม และไม่สนุกเหมือนอย่างตอนเป็นเด็ก

นั่นเป็นเพราะ Soul Child ในตัวเรา ไม่ได้มีส่วนร่วมกับชีวิตของเรานั่นเอง

 

นอกจากนี้ แม้เราจะรู้จักเบอร์เอ็นเนียแกรมของเรา รู้ถึงจุดอ่อน และข้อจำกัดต่างๆ แล้ว

แต่เราก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นได้หมด  รวมทั้งความเชื่อตามเบอร์ที่เรายึดถืออยู่ เพราะความเป็น “เรา” ในปัจจุบัน เป็นปฏิกิริยาจากการปฏิเสธ Soul Child ของตัวเองนั่นเอง

 

เป็นธรรมชาติ ที่เรายังมีความรู้สึกทางลบ และพยายามปฏิเสธ ลักษณะบางด้านของ Soul Child ของเรา
แต่ นั่นกลับเป็นผลเสียหลายๆ ประการ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

การโอบรับ (embrace) คุณลักษณะ และโลกทัศน์ของ Soul Child ไว้เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา

จะเป็นการให้พื้นที่แก่ Soul Child ในตัวเราได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์

ซึ่งนอกจากจะเป็นหนทางในการหลุดพ้นข้อจำกัดจากตัวตนของเราแล้ว

ยังจะทำให้เรารู้สึกเติมเติม มีพลัง และพึงพอใจกับชีวิตมากยิ่งขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

ภาพอธิบาย Soul Child ของคนแต่ละเบอร์

ลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของคนเบอร์ต่างๆ  มีเด็กน้อยที่…


Reference  : The Spiritual Dimension of the Enneagram , Sandra Maitri
สรุป และเรียบเรียงโดย วาจาสิทธิ์ ลอเสรีวานิช


อ. วาจาสิทธิ์ ลอเสรีวานิช (CPA, MBA, MA)
MD บ. สยามเอ็นเนียแกรม คอลซัลติ้ง จำกัด
– Certified Enneagram Trainer, Accredited Enneagram Teacher (IEA)
– Certified MBTI Practitioner
– ประสบการณ์ในบริษัทต่างๆ 20 ปี (ตำแหน่งสุดท้าย Finance & HR Director – Bisnews AFE)
– นำการสัมมนาหลักสูตร เอ็นเนียแกรม ให้กับองค์กรต่างๆ มากกว่า 500 รุ่น
– แปลหนังสือเอ็นเนียแกรม และอื่นๆ รวม 14 เล่ม